Thai l Eng หน้าหลัก
จักรพันธุ์์ุ โปษยกฤต l มูลนิธิจักรพันธุ์ โปษยกฤต l พิพิธภัณฑ์ l ตะเลงพ่าย



มูลนิธิจักรพันธุ์  โปษยกฤต

ด้านการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา

            ด้านการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา
            ๑. การเขียนภาพจิตรกรรมฝาผนังพระอุโบสถวัดตรีทศเทพวรวิหาร  เริ่มเมื่อเดือนมีนาคม ๒๕๓๓ – ปัจจุบัน
            ๒. การเขียนจิตรกรรมฝาผนังพระอุโบสถวัดเขาสุกิม  จังหวัดจันทบุรี  เริ่มแต่ปี พ.ศ.๒๕๔๗ – ปัจจุบัน
            ทั้ง ๒ โครงการ  งานออกแบบและงานร่างแบบทั้งหมดจะดำเนินการที่มูลนิธิฯ แห่งนี้   แล้วจึงส่งให้แก่กลุ่มช่างเขียนนำไปเขียน
            ในพระอุโบสถ 

ด้านการทำนุบำรุงศิลปกรรมของชาติ
            มีทั้งที่ได้ทำมาก่อนตั้งมูลนิธิฯ  และหลังตั้งมูลนิธิฯอย่างต่อเนื่อง   ได้แก่
            ๑. กลุ่มงานอนุรักษ์และซ่อมแซมศิลปกรรมชิ้นสำคัญของชาติไทย  โดยให้ความร่วมมือกับหน่วยงานราชการ โดยเฉพาะ
            กรมศิลปากร  และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ  คือ
                        ๑.๑ ควบคุมและซ่อมแซมตู้วรรณคดี  เรื่องอิเหนา  ที่ใช้ประดับงานพระเมรุ   สมเด็จพระนางเจ้าโสมนัสวัฒนาวดี 
            ในสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว    และซ่อมตุ๊กตาวรรณคดี  เรื่องรามเกียรติ์   ตอนศึกพรหมาสตร์ ‘หนุมานหักคอช้างเอราวัณ’  
            เนื่องในโอกาสฉลองกรุงรัตนโกสินทร์ ๒๐๐ ปี     พ.ศ. ๒๕๒๔- ๒๕๒๕    ปัจจุบันเก็บรักษาโดยตั้งแสดงอยู่  
            ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ  พระนคร
                        ๑.๒. ควบคุมและซ่อมแซมหุ่นหลวง  อันเป็นศิลปะสมบัติตั้งแต่สมัยต้นรัตนโกสินทร์  แต่ชำรุดทรุดโทรมมาก   จนแล้ว
            เสร็จสมบูรณ์  พ.ศ. ๒๕๒๖-๒๕๒๙    ปัจจุบันตั้งแสดงอยู่    ณ พระที่นั่งทักษิณาภิมุข   พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ  พระนคร
                        ๑.๓ ควบคุมและซ่อมแซมหุ่นกรมพระราชวังบวรวิไชยชาญ หรือหุ่นวังหน้า จำนวน ๑๐๐ ตัว  พ.ศ. ๒๕๓๖-๒๕๔๐  
            ปัจจุบันตั้งแสดงอยู่   ณ พระที่นั่งทักษิณาภิมุข     พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ  พระนคร

            ๒. กลุ่มงานออกแบบและสร้างสรรค์ศิลปกรรมตามพระราชเสาวนีย์และพระราชดำริ  คือ
                        ๒.๑ ออกแบบและควบคุมการสร้างตุ๊กตาและฉากประกอบขึ้นเป็นตู้วรรณคดี       จากพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จ
            พระพุทธเลิศหล้านภาลัย ตามพระราชดำริในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ มีเรื่องรามเกียรติ์   อิเหนา   สังข์ทอง   มณีพิชัย 
           
พ.ศ. ๒๕๒๖ –๒๕๓๐  ปัจจุบันตั้งแสดงอยู่   ณ อุทยานพระบรมราชานุสรณ์  พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย
            อำเภออัมพวา  จังหวัดสมุทรสงคราม
                        ๒.๒ ออกแบบและควบคุมการสร้างงานประติมากรรมสำริดขนาดเท่าคนจริง   พระราชดำริในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ
           สยามบรมราชกุมารี รูปเจ้าเงาะกับเด็กเลี้ยงควาย  จากเรื่องสังข์ทอง  พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย   
           พ.ศ. ๒๕๓๔– ๒๕๓๕     ปัจจุบันตั้งแสดงอยู่  ณ อุทยานพระบรมราชานุสรณ์  พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย 
           อำเภออัมพวา  จังหวัดสมุทรสงคราม

                        ๒.๓ ออกแบบและควบคุมการสร้างประติมากรรมสำริดขนาดเท่าคนจริง   พระราชดำริในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ
           สยามบรมราชกุมารี    รูปไกรทองสู้กับชาลวัน   จากเรื่องไกรทอง   พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย
           พ.ศ. ๒๕๓๙– ๒๕๔๐    ปัจจุบันตั้งแสดงอยู่  ณ อุทยานพระบรมราชานุสรณ์  พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย 
           อำเภออัมพวา  จังหวัดสมุทรสงคราม
                        ๒.๔ และต่อมาในปีพ.ศ. ๒๕๔๕– ๒๕๔๖ ได้ออกแบบและควบคุมการสร้างประติมากรรมสำริดขนาดเท่าคนจริง
           พระราชดำริในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี   เรื่อง รามเกียรติ์ ตอนถวายลิง  พระราชนิพนธ์ในพระบาท
          สมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย     ปัจจุบันตั้งแสดงอยู่  ณ อุทยานพระบรมราชานุสรณ์  พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย 
          อำเภออัมพวา  จังหวัดสมุทรสงคราม
                        ๒.๕  ภารกิจใหญ่ในปัจจุบัน ตั้งแต่พ.ศ. ๒๕๔๙ คือเป็นกรรมการที่ปรึกษาและควบคุมการสร้างเครื่องแต่งกายโขน
          เรื่องรามเกียรติ์ 
          ตอนศึกพรหมาสตร์  ของกรมศิลปากร  ตามพระราชเสาวนีย์ในสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ  และพระราชดำริใน
          สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี 
                        โขนเรื่องรามเกียรติ์  ตอนศึกพรหมาสตร์ นี้  มีโครงการจะแสดงในวาระเปิดโรงละครแห่งชาติที่ได้รับการซ่อมแซมใหม่  
          ในปัจจุบันกำลังดำเนินการอย่างรีบเร่ง  ทางมูลนิธิฯได้เปิดอบรมสอนการปักดิ้นเลื่อมตามอย่างวิธีของท่านอาจารย์เยื้อน
           ภาณุทัต  ปรมาจารย์ทางวิชาประณีตศิลป์ที่ได้ถ่ายทอดไว้ให้
                        นอกจากสร้างเครื่องพัสตราภรณ์แล้ว   ได้ออกแบบสร้างศิราภรณ์   ถนิมพิมพาภรณ์  และอุปกรณ์การแสดง 
          เครื่องประกอบฉาก ฯลฯ โดยใช้ช่างมีฝีมือของมูลนิธิฯ  ช่างของกรมศิลปากร  ทั้งช่างจากแหล่งอื่นๆ เข้าประสานงานร่วมมือกัน
          หลายฝ่าย  ทำติดต่อกันไม่มีวันหยุด
                        สำหรับงานที่ทำถวายตามพระราชดำริและพระราชเสาวนีย์  มีทั้งแบบศิลปะประเพณีและแบบเหมือนจริง  ได้แก่ภาพเขียน
          สีน้ำมันเรื่องมโนห์รา   พระลอ   อิเหนา  พระบรมสาทิสลักษณ์ของทั้งสองพระองค์ พระสาทิสลักษณ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ 
          และงานเขียนพระวิชนี   ออกแบบตาลปัตรเนื่องในวโรกาสต่างๆ
                        ตลอดจนงานประณีตศิลป์  ออกแบบตาลปัตรและปักดิ้นเลื่อมบนกำมะหยี่  สำหรับตาลปัตรที่ทำขึ้นในวโรกาสที่สมเด็จ
          พระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา  ทรงเจริญพระชนมายุครบ ๖๐ พรรษา เมื่อปีพ.ศ.๒๕๓๖

            ๓. กลุ่มงานออกแบบและสร้างสรรค์ศิลปกรรมในสถานที่อันเป็นสื่อทางวัฒนธรรมที่สำคัญของชาติ  คือ
                        ๓.๑ ออกแบบม่านทอเป็นภาพจิตรกรรมไทยประเพณี  เรื่องไหว้ครู ชุดโหมโรงเย็น ณ เวทีหอประชุมใหญ่  ศูนย์วัฒนธรรม
          แห่งประเทศไทย  พ.ศ. ๒๕๒๙ ซึ่งใช้สำหรับการแสดงทั้งในประเทศและนานาชาติ   และเป็นงานศิลปะเพื่อสืบทอดขนบประเพณี
          โบราณในการบูชาพระคุณครูที่ศิลปะไทยทุกแขนงได้รับการสั่งสอนและถ่ายทอดมาให้ประจักษ์แก่สายตาของทั้งชาวไทยและชาว
          ต่างชาติมาแล้วกว่า ๒๐ ปี
                        ๓.๒ ต่อมาอีก ๒๐ ปี คือในปีพ.ศ. ๒๕๔๙   ได้ออกแบบม่านเวทีโรงละครแห่งชาติขึ้นใหม่ในการซ่อมใหญ่   ขณะนี้กำลัง
          ทออยู่ เป็นภาพจิตรกรรมไทยประเพณี เพื่อบูชาพระรัตนตรัย สักการะครูทางช่าง และนาฏดุริยางคศิลป์ของไทย ซึ่งจะแสดงความ
          เป็นชาติที่มีศิลปวัฒนธรรมมาแต่โบราณและส่งผลในลักษณะเดียวกับข้อ ๓.๑

            ๔. กลุ่มงานอนุรักษ์   สืบทอด  และพัฒนาสร้างสรรค์ศิลปะการแสดงของชาติ  คือการสร้างและแสดงหุ่นกระบอก
                    พร้อมกันกับการทำเครื่องโขน  งานหลักของมูลนิธิฯคือจัดสร้างและแสดงหุ่นกระบอก เพื่ออนุรักษ์ฟื้นฟูศิลปะการแสดงของ
          ไทยแขนงนี้ต่อเนื่องมาตลอด  ตั้งแต่ปีพ.ศ.๒๕๑๘ และปรับปรุง มีพัฒนาการเจริญงอกงามขึ้นมาตามลำดับ  ตั้งแต่เรื่องพระอภัยมณี
          ตอนหนีนางผีเสื้อ
  รามเกียรติ์ตอนนางลอย    สามก๊ก ตอนโจโฉแตกทัพเรือ
                    และเรื่อง ‘ตะเลงพ่าย’  ซึ่งเตรียมการและสร้างมาตั้งแต่ปีพ.ศ. ๒๕๓๓ เพื่อเทิดทูนวีรกรรมของบูรพกษัตริย์และบรรพชนไทย
          ปัจจุบันสามารถเปิดให้ประชาชนชมการซ้อมได้ทุกวันอาทิตย์ปลายเดือน  โดยไม่คิดค่าเข้าชม  มีผู้เข้าชมประมาณ ๔๐๐-๕๐๐ คน
          ทุกครั้ง   หุ่น‘ตะเลงพ่าย’ ใกล้สำเร็จลุล่วงเข้าไปทุกที   ภายในอีกสอง-สามปีข้างหน้า